พระธาตุนาดูน (Phrathat Nadun)
สถานที่ : อำเภอวาปีปทุมได้ค้นพบเจดีย์ขนาดเล็กที่สร้างขึ้นครอบพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งอยู่สองห่างจากที่ตั้งปัจจุบันไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 2 กิโลเมตร พระธาตุตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมซ้อนกัน 3 ชั้น ชั้นแรกของเจดีย์ไว้สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ในขณะที่พื้นที่ด้านบนของฐานชั้นที่สองและชั้นที่สามตกแต่งด้วยเจดีย์จำลองอยู่ตรงมุมสี่มุม จากพื้นที่ด้านบนของฐานที่สามเป็นต้นไปชั้นมีตัวเจดีย์เป็นทรงระฆังขนาดใหญ่ ซึ่งส่วนยอดเป็นรูปดอกบัวคู่และคู่ปล่องไฉนและปลียอด เจดีย์มีฐานกว้าง 35.7 เมตรและสูง 50.5 เมตรซึ่งสันนิษฐานว่าอายุของเจดีย์น่าจะมีอายุราว พ.ศ.800-1000 ของสมัยทวารวดี
นอกจากนี้ยังมีการจำลองพระพุทธรูปประดับรอบฐานชั้นที่สอง ชื่อพระธาตุนี้มีอีกชื่อว่า พุทธมณฑลแห่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งอยู่ที่บ้านนาดูนในบริเวณใกล้เคียงอำเภอนาดูน ดังปรากฎหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่พบจากการขุดค้น บริเวณนี้เคยเป็นอาณาจักรจำปาศรี วัตถุโบราณที่พบจากการขุดค้นได้ถูกนำแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดขอนแก่นและสิ่งสำคัญที่สุดที่พบคือพระบรมสารีริกธาตุ มีสัณฐานดังเกล็ดแก้ว ประดิษฐ์สถานในผอบ 3 ชั้น ชั้นในเป็นทองคำ ชั้นกลางเป็นเงิน ชั้นนอกเป็นสำริด สันนิษฐานว่าทำในสมัยทวาราวดีในพุทธศตวรรษที่ 8–10 รัฐบาลอนุมัติให้สร้างพระธาตุนาดูนขึ้นในเนื้อที่ 902 ไร่ โดยบริเวณรอบๆ จะมีพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ซึ่งตกแต่งให้เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา
การเดินทาง
จากเมืองมหาสารคามโดยใช้เส้นทางถนนหมายเลข 2040 ผ่านอำเภอแกเขื่อน อำเภอวาปีปทุม และให้เลี้ยวขวาเข้าถนนหมายเลข 2045 ซึ่งเป็นถนนราดยางไปอำเภอนาดูน ห่างจากตัวเมืองประมาณ 65 กิโลเมตร
พระพุทธรูปยืนมงคล (Mongkhon Standing Buddha)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ของจังหวัดมหาสารคาม ตั้งอยู่ที่ตำบลคันธารราษฎร์ อำเภอกันทรวิชัย เดินทางโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 213 ห่างตัวเมือง ราว 14 กิโลเมตรจากเขตเมือง (ด้านขวา) องค์พระพุทธรูปสร้างในสมัยทวารวดีทำจากหินทรายแดงเช่นเดียวกับพระพุทธรูปมิ่งเมือง จนได้รับการกล่าวว่าพระพุทธรูปทั้งสองได้ทำในเวลาเดียวกัน ความเป็นมา เมื่อมีภัยแล้งในพื้นที่อำเภอกันทรวิชัย ผู้ชายได้จัดสร้างพระพุทธรูปมิ่งเมืองในขณะที่ผู้หญิงได้สร้างพระพุทธรูปยืนมงคล แล้วเสร็จพร้อมกันจึงจัดงานฉลองอย่างมโหฬาร นับแต่นั้นมาฝนก็ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์แก่ท้องที่นั้นเป็นต้นมา
พระพุทธรูปมิ่งเมือง (Phra Phuttha Ming Muang)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระพุทธรูปสุวรรณมาลีทำจากหินทรายแดงในสมัยทวาราวดี และประชาชนชาวมหาสารคามเชื่อว่าพระพุทธรูปองค์นี้ทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล องค์พระพุทธรูปนี้ตั้งอยู่ในวัดสุวรรณาวาส หมู่ 1 ตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย สามารถเดินทางผ่านทางหลวงหมายเลข 213 (มหาสารคาม-กาฬสินธุ์) 14 กิโลเมตรจากเขตเมือง
วนอุทยานโกสัมพี (Kosamphi Forest Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอโกสุมพิสัย
ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัยบนริมฝั่งของแม่น้ำชี จากตัวเมืองสามารถเดินทางผ่านทางหลวงหมายเลข 208 ระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตรถึงสี่แยกโกสุมพิสัย ที่เดินทางคือการทำผ่าน 450 ถนนราดยางเมตรเพื่อ วนอุทยานโกสัมพีมีพื้นที่ 125 ไร่ และได้ประกาศเป็นสวนรุกขชาติในวันที่ 1 ตุลาคม 1976 มีต้นไม้ใหญ่หลากหลายชนิดให้ร่มเงา มีอ่างเก็บน้ำธรรมชาติที่มีทัศนียภาพงดงาม ภายในสวนเป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาพันธุ์และลิงหลายร้อยตัว โดยลิงในสวนเป็นลิงเชื่องนักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารได้
พิพิธภัณฑ์วัดมหาชัย (Wat Mahachai Museum)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พิพิธภัณฑ์ นี้ตั้งอยู่ในเมืองมหาสารคามเป็นแล่งรวบรวมศิลปวัตถุโบราณของภาคอีสานอาทิเช่น ใบเสมาหิน, พระพุทธรูปโบราณ, แผงประตูแกะสลัก, เทียมเกวียนอายุราว 100-200 ปี อีกทั้งยังมีการรวบรวมวรรณกรรมทางภาคอีสานและพระไตรปิฎกบันทึกไว้ในใบลาน
ดูนลำพัน (Dun Lamphan No-hunting Area)
สถานที่ตั้ง : อำเภอนาเชือก
ป่าดูนลำพันตั้งอยู่ที่ตำบลนาเชือก อำเภอนาเชือก ซึ่งเป็นป่าธรรมชาติปกคลุม 900 ไร่เดิมเป็นพื้นที่สาธารณะประยชน์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2536 ได้มีการค้นพบปูน้ำจีด หรือปูป่า ซี่งมีสันสันสวยงาม และเป็นปูชนิดใหม่ของโลก ภายหลังได้ขอพระราชทานชื่อว่า "ปูทูลกระหม่อม" เนื่องจากป่าดูนลำพันมีลักษณะเด่นทางระบบนิเวศน์ จึงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยเพียงแห่งเดียวในโลกของ ปูทูลกระหม่อม กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับจังหวัดมหาสารคาม ได้พิจารณาประกาศให้เป็นพื้นที่ ป่าดุนลำพันเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม เป็นการป้องกันภัยคุกคามและปัญหาการบุกรุกพื้นที่และเมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2541 ได้กำหนดให้พื้นที่สาธารณประโยชน์ป่าดถนลำพันเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ดูนลำพัน





